| New Article !! |
|---|
| LIVE&NEWS | |
|---|---|
|
|
|
|
|
|
|
Interesting Articles
Article
โรคช่องหูภายนอกอักเสบ | โรคช่องหูภายนอกอักเสบ |
|
| Written by Administrator | |
| Jul 16, 2009 at 03:30 PM | |
|
โรคช่องหูภายนอกอักเสบ หลายท่านที่เลี้ยงสุนัขมักจะได้พบเจอโรคต่างๆเกี่ยวกับสุนัขมาไม่มากก็น้อย หนึ่งในนั้นก็น่าจะเป็นโรคช่องหูอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่พบบ่อยมากในสุนัข เรามาดูกันว่าโรคนี้เกิดขึ้นได้จากสาเหตุใดบ้าง สาเหตุของปัญหาหูอักเสบนั้น แบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. สาเหตุโน้มนำ - ลักษณะโครงสร้างประจำพันธุ์ของสุนัขที่มีช่องหูตีบแคบ ใบหูพับลงหรือมีขนในช่องหูมาก - การติดเชื้อแบคทีเรีย - การติดเชื้อยีสต์หรือเชื้อรา - การติดพยาธิภายนอก เช่น ไรขี้เรื้อเปียก หรือไรขี้เรื้อนแห้ง เป็นต้น - การแพ้ เป็นความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันซึ่งตอบสนองไวเกินไป จัดเป็นสาเหตุหลักที่สำคัญของปัญหาหูอักเสบ ได้แก่ การแพ้สิ่งสูดดม การแพ้อาหาร การแพ้สิ่งสัมผัส หรือแพ้ยา - สิ่งแปลกปลอมหรือการได้รับบาดเจ็บต่างๆ สุนัขจะเกาหรือทำร้ายตัวเองจนเกิดบาดแผลและเป็นผลให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนตามมาได้ - ความผิดปกติทางฮอร์โมน เนื่องจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนการทำความสะอาดช่องหู ช่องหูของสุนัขและแมวจะมีลักษณะเป็นท่อรูปตัว L มักมีขนขึ้นมากในช่องหูต้องถอนออกให้เรียบร้อย การใช้น้ำยาล้างหู โดยหยอดน้ำยาลงในช่องหูแล้วนวดเบาๆบริเวณโคนหูประมาณ 30 วินาที แล้วจึงซับให้แห้งด้วยสำลีสะอาดและใช้ก้านไม้ที่พันด้วยสำลีที่ชุ่มน้ำยาทำความสะอาดช่องหู ทำซ้ำกันจนพบว่าไม่มีเศษเนื้อเยื่อหรือขี้หูหลงเหลืออยู่ในช่องหูอีก หลังจากทำความสะอาดหูแล้ว ปล่อยให้เค้าสะบัดหู หรือสะบัดหัว สัปดาห์ละ2-3ครั้ง เนื่องจากการเช็ดหูบ่อยเกินไปอาจทำให้เยื่อบุช่องหูละคายเคืองได้ การป้องกันโรคหู เนื่องจากโดยปกติหูที่มีสุขภาพดีจะมีความสามารถในการป้องกันจากการติดเชื้อจุลินทรีย์นี้ได้ดี แต่ถ้าสิ่งแวดล้อมในช่องหูมีการเปลี่ยนแปลงไปอันเนื่องมาจากการแพ้ หรือมีความผิดปกติทางฮอร์โมน หรือมีความชื้น เชื้อแบคทีเรียและยีสต์จะสามารถเจริญเติบโตได้เป็นอย่างดี เป็นผลทำให้ไปทำลายกลไกการป้องกันการติดเชื้อที่ร่างกายมีอยู่ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ทำให้ช่องหูมีสุขภาพดี ก็คือ ความสะอาด ควรตรวจสอบช่องหูของสัตว์เลี้ยงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ โดยถ้ามีขี้หูเพียงเล็กน้อยถือว่าเป็นสิ่งปกติ แต่ถ้าสัตว์เลี้ยงชอบเล่นน้ำมาก หรือมีใบหูยาวห้อย หรือมีประวัติโรคของช่องหู ควรทำความสะอาดช่องหูเป็นประจำ (2-3 ครั้งต่อสัปดาห์) นอกจากนี้ช่องหูที่มีขนยาวมากก็ควรตัดให้สั้น เพื่อให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก การรักษาโรคช่องหูควรรักษา หรือกำจัดสาเหตุของโรค ซึ่งเป็นเหตุโน้มนำทำให้เกิดปัญหาของช่องหูจึงจะทำให้การรักษาประสบผลสำเร็จและไม่กลับมาเป็นซ้ำอีก วิธีทำความสะอาดหู 1. จับสุนัขนั่งในท่าที่ถนัด ซึ่งส่วนใหญ่ต้องใช้ประมาณ 2 คน ในการทำในสุนัขที่ไม่เคยเช็ดหูมาก่อน อาจมีการดิ้นรน เจ้าของควรใจเย็น อย่าบังคับมาก ค่อยๆ เช็ด นานครั้งน้องหมาก็จะเริ่มชินไปเองค่ะ 2. ถ้ารอบๆช่องหูมีขนยาวมาก ให้ตัดให้สั้น หรือในบางตัวที่มีขนงอกในรูหูให้ใช้แหนบค่อยๆดึงเพื่อให้มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่หมักหมมค่ะ 3. ใส่น้ำยาทำความสะอาดหูลงไปในช่องหู 4. บีบนวดบริเวณโคนหูประมาณ 20-30 วินาที เพื่อให้ขี้หูอ่อนนุ่มลงและหลุดออกมา 5. ใช้ก้านไม้ที่พันด้วยสำลีชุบน้ำยาทำความสะอาดช่องหูให้ชุ่ม ค่อยๆเช็ดขี้หูออกมา โดยเช็ดด้วยความนุ่มนวลตามแนวช่องหู ห้ามกระแทกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ช่องหูทะลุได้ 6. ทำซ้ำๆกันจนช่องหูสะอาด 7. ใช้สำลีชุบน้ำยาทำความสะอาดช่องหูเช็ดด้านในของใบหู 8. เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมที่จะให้รางวัลแก่น้องหมาด้วยค่ะ การรักษา การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุ ของปัญหาและภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้แก่ - การติดเชื้อแบคทีเรียจะรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมต่อชนิดของแบคทีเรียที่ก่อโรคนั้น - การติดเชื้อยีสต์จะรักษาด้วยยาต้านเชื้อราแบบเฉพาะที่ในช่องหูเพียงอย่างเดียว ถ้าในกรณีติดเชื้อรุนแรงนั้นจะรักษาด้วยยาต้านเชื้อราแบบเฉพาะที่ใช้ในช่องหูร่วมกับการกินยาฆ่าเชื้อยีสต์ร่วมด้วย - การติดไรในหู หลักสำคัญในการกำจัดไรในหูให้ได้ผลนั้นจะต้องรักษาด้วยยากำจัดไรทั้งที่อยู่ในช่องหูและตามส่วนอื่นของร่างกายด้วย ดังนั้นการหยอดหูเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้ยากำจัดปรสิตภายนอกที่อยู่ตามร่างกายร่วมด้วย - การรักษาการแพ้มักจะรักษาด้วยการหมั่นทำความสะอาดช่องหูอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาทำความสะอาดหู กินยาแก้แพ้ และเสริมกรดไขมันบางชนิด บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ยาลดอักเสบที่มีผลกดระบบภูมิคุ้มกันร่วมด้วย กรณีปัญหาช่องหูที่เกิดมาจากโรคอื่นในร่างกาย เช่น ความผิดปกติทาสงฮอร์โมน หรือการแพ้ จะต้องให้การรักษาสัตว์ทั้งตัว ไม่เฉพาะแต่ช่องหู เช่น การรักษาการแพ้สิ่งสูดดมนั้น จะต้องตรวจทดสอบการแพ้แล้วพยายามหลีกเลี่ยงสารดังกล่าว หรือการเสริมฮอร์โมนที่ผิดปกติ เป็นต้น
ที่มา: www.vs.mahidol.ac.th |
|
The Mall Ngamwongwan on Aug 24,08 |
| Who's Online |
|---|
| We have 21 guests online |
| Visitors |
|---|
| Visitors: 114173 |